Author: Lisa Kelley

ปืนใหญ่ ต่อเติมหลังบ้านทุ่มคว้าตัวอูปาเมกาโน่100ล้านปอนด์ปืนใหญ่ ต่อเติมหลังบ้านทุ่มคว้าตัวอูปาเมกาโน่100ล้านปอนด์

ปืนใหญ่

    หลังจากปีนี้อาร์เซนอลก็ยังเสียประตูแบบเรี่ยราดอยู่ร่ำไป จนทำให้อูไน เอเมรี่เล็งหาตัวตายตัวแทนคนใหม่โดยมีเป้าหมายคือ ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ หัวใจในเกมรับของแอร์เบ ไลป์ซิก ทว่าความไม่ธรรมดาของเรื่องนี้คือทีมดังในเยอรมันจะขู่มาตลอดว่าค่าตัวสำหรับกองหลังรายนี้ต้องเป็นบิ๊กดีลเท่านั้น และอาร์เซนอลก็พร้อมจะทุ่มเงินกว่า100ล้านปอนด์เพื่อจะดำเนินการในเรื่องนี้ ทั้งนี้เนื่องจากบอร์ดบริหารได้ยื่นคำขาดมาแล้วว่าถ้าทีมปืนโตไม่สามารถจบท็อปโฟร์ได้แล้วละก็ อูไน เมอเมรี่คงมีอันถูกปลดออกตำแหน่งผู้จัดการทีมเช่นกัน

     แอร์เบ ไลป์ซิกที่กำลังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์บุนเดสลีก้าเนื่องจากมีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่างโบรุทเซีย มึนเช่นกลัดบัคเพียงสองคะแนน ซึ่งแน่นอนว่า จูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ จะไม่ต้องการเสียกองหลังตัวเก่งรายนี้ออกไปจากทีมแต่ทว่าหากมีข้อเสนอก้อนโตเข้ามาระดับ100ล้านปอนด์ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่เก็บตัว ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ ไว้ใช้งานต่อไป โดยมีความเป็นไปได้สูงมากที่อาร์เซนอลจะเดินหน้าเจรจาอีกครั้งในช่วงเดือนมกราคมที่ตลาดซื้อขายผู้เล่นจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง เพื่อที่อย่างน้อยจะได้ตัวอูปาเมกาโน่ไปช่วยลุ้นทำอันดับเพื่อกลับไปเตะถ้วยยูซีแอลอีกครั้ง

อูไนโดนกดดันหลังบอร์ด ปืนใหญ่ หนุนเสริมทัพเต็มที่แต่ต้องจบท๊อปโฟร์

    เมื่อซีซั่นที่แล้วอูไน เอเมรี่ทำแต้มหล่นหายช่วงท้ายฤดูกาลไปเยอะจนหลุดจากอันดับท็อปโฟร์ไปอย่างน่าเสียดาย จนเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลที่สองกับทีมปืนใหญ่ เทรนเนอร์ชาวสเปนก็ได้รับการสนับสนุนด้านการเสริมทัพมากขึ้นชนิดผิดหูผิดตาโดยมีข้อแม้ว่าอาร์เซนอลจะต้องได้สิทธิกลับไปเล่นถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกให้จงได้ “ ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับผลงานเมื่อปีก่อนเรา(อาร์เซนอล)พลาดโอกาสกลับไปแข่งในยูซีแอล ปีนี้เราจึงสนับสนุนเรื่องการเสริมทัพมากขึ้น โดยความมุ่งหวังว่าขุมกำลังที่มีจะทำให้เราได้จบอันดับด้วยการกลับไปเล่นยูซีแอลอีกครั้ง ” ราอูล ซานเญฮีหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของอาร์เซนอลกล่าวอย่างมีหวัง

    อย่างไรก็ดีดูเหมือนว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากทีเดียวที่อาร์เซนอลจะจบในอันดับ1ใน4ของตารางพรีเมียร์ลีกเนื่องจากในเวลานี้เดอะกันเนอร์รั้งอันดับสาม โดยมีแต้มตามหลังรองจ่าฝูงแมนซิตี้เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น

มอยส์ อาจถูกทาบคุมท็อฟฟี่รอบสองหลังชะตามาร์โก้ซิลวาเต็งเด้งมอยส์ อาจถูกทาบคุมท็อฟฟี่รอบสองหลังชะตามาร์โก้ซิลวาเต็งเด้ง

มอยส์

    ฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ฉันใด เอฟเวอร์ตันที่ซีซั่นก่อนจบอันดับ8ในตารางพรีเมียร์ฯก็สามารถจมอยู่ในโซนตกชั้นในซีซั่นนี้ได้ฉันนั้น นั่นตามมาด้วยชะตากรรมที่ไม่แน่นอนของกุนซืออย่างมาร์โก้ ซิลวา แม้ว่าปีนี้ท็อฟฟี่สีน้ำเงินจะใช้เงินเสริมทัพไปมหาศาลแต่ไปๆมาๆหลังผ่านเกมพรีเมียร์ลีกไปแล้ว8เกม พวกเค้ารั้งอันดับ18 ชนะเพียง2เกม,เสมอ1 และแพ้ไปถึง5เกมมีเพียง7คะแนน หนุนหนำให้เทรนเนอร์ชาวโปรตุเกสเป็นมือวางอันดับหนึ่งในลิสต์รายชื่อผู้จัดการทีมที่มีโอกาสถูกปลดออกจากตำแหน่งในฤดูกาลนี้

     แม้ว่าเดลี่ เมลสื่อดังในอังกฤษจะยืนยันว่าบอร์ดบริหารของเอฟเวอร์ตันจะยังไม่ปลดมาร์โก้ ซิลวาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมก็ตาม ทว่าก็มีข้อแม้อยู่ว่ากุนซือวัย42ปีจะต้องพาท็อฟฟี่เก็บสามแต้มในแม็ตซ์ต่อไปให้ได้(เปิดบ้านรับเวสต์แฮม) แล้วหากไม่เป็นไปตามนั้นทีมดังแห่งเมอร์ซี่ไซด์ก็จะไล่ออกทันที พร้อมกับดึงตัวเดวิด มอยส์ผู้ซึ่งเคยพาทีมทำผลงานได้ดีเมื่อหลายปีก่อนเข้ารับงานแทน

เอฟเวอร์ตันเชื่อวัวเคยค้าม้าเคยขี่หวัง มอยส์ พาทีมคัมแบ็คได้

   นับตั้งแต่วางมือกับเวสต์แฮมในปี2018(ได้รับสัญญาชั่วคราวคุมทีมให้รอดตกชั้น ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ)เดวิด มอยส์ก็ยังคงสถานะเป็นกุนซือว่างงานมาโดยตลอด ทำให้บอร์ดบริหารของเอฟเวอร์ตันหวังว่าจะใช้สามสัมพันธ์เก่าดึงตัวมอยส์มาชุบชีวิตทีมท็อฟฟี่อีกครั้งหากว่าทีมต้องแยกทางกับมาร์โก้ ซิลวา

    โดยเดวิด มอยส์จัดว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างมากกับเอฟเวอร์ตัน โดยตลอด11ปีในถิ่นกูดิสันปาร์ค(คุมทีมช่วงปี2002-2013)โดยในช่วงเวลาดังกล่าวทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินภายใต้เงื้อมมือของมอยส์เคยสามารถจบท็อปโฟร์ได้อย่างยิ่งใหญ่ แม้ตลอดหลายปีเค้าจะไม่เคยทำนำถ้วยรางวัลกลับมายังสโมสรเลยก็ตาม ทว่าเดวิด มอยส์ก็ยังถูกเซอร์อเล็ก เฟอกูสันยกให้เป็นผู้ที่คู่ควรจะรับงานคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเนื่องจากในเวลานั้นเฟอร์กี้กำลังจะวางมือคุมปีศาจแดงเต็มที่ ซึ่งทำให้มอยส์จำต้องแยกทางกับเอฟเวอร์ตันในปี2013 ทั้งที่ผลงานที่เค้าทำให้กับทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินนั้นกำลังติดลมบนเลยก็ตาม

    อย่างไรก็ดีผลงานนับตั้งแต่แยกทางกับเอฟเวอร์ตัน เดวิด มอยส์ ก็ไม่เคยทำผลงานกับสโมสรอื่นได้อย่างเข้าตาอีกเลย โดยสามในสี่สโมสรที่เค้าร่วมงานด้วยลงเอยด้วยการถูกไล่ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมทั้งหมด ได้แก่ แมนยฯ,รีล โซเซียดัด และซันเดอร์แลน

ม้าลาย เล็งกองเต้เสริมกลางซารี่ลั่นต้องการสะสมเข้าคอลเลคชั่นม้าลาย เล็งกองเต้เสริมกลางซารี่ลั่นต้องการสะสมเข้าคอลเลคชั่น

ม้าลาย

ทั้งที่ทีมยูเวนตุสชุดปัจจุบันก็ถือได้ว่ามีมิดฟิลด์ชั้นยอดในทีมเยอะจนใช้งานไม่หวาดไม่ไหว ทว่าเมาริซิโอ ซารี่กุนซือใหญ่ก็ยังประกาศก้องว่าเค้าต้องการที่จะได้ตัวศิษย์เก่าอย่างเอ็นโกโล่ กองเต้เข้ามาเป็นตัวเลือกเพิ่มในแดนกลางเนื่องจากกุนซือสายควันคุ้นเคยกับนักเตะรายนี้มาแล้วเมื่อครั้งร่วมงานกันในทีมเชลซี ซึ่งคาดการกันว่าค่าตัวสำหรับการย้ายทีมของกองเต้นั้นน่าจะไม่ต่ำกว่า70ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งคาดการกันว่ายูเวนตุสจะยื่นข้อเสนอให้กับเชลซีพิจารณาในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมปีหน้า

โดยเอนโกโล่ กองเต้สร้างชื่อมาจากการเป็นหนึ่งในขุนพลแชมป์พรีเมียร์ลีกชุดปาฏิหารย์กับเลสเตอร์ซิตี้(ในปี2015/16)ก่อนจะย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของสิงห์บลู และที่สแตมฟอร์ด บริดจ์นี้เองที่มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสยกระดับฝีเท้าขึ้นมาจากเดิมแบบก้าวกระโดด จนกลายเป็นผู้เล่นแดนกลางที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งของยุโรป ไม่ว่าจะเป็นการแย่งบอล,การเคลื่อนที่,การจ่ายบอล หรือแม้แต่การยิงประตูที่เจ้าตัวสามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งหมด จึงไม่น่าแปลกใจที่ซารี่จะอยากได้ตัวดาวเตะวัย28ปีมาช่วยงานอีกครั้ง ทว่าความเป็นไปได้ที่เชลซีจะยอมปล่อยนั้นอาจไม่ง่ายนักเมื่อทีมดังแห่งลอนดอนยังอยู่ในช่วงติดโทษแบนห้ามลงทะเบียนนักเตะใหม่ ซึ่งหมายความว่าถ้าเชลซียอมปล่อยตัวกองเต้ในช่วงปีใหม่พวกเค้าจะไม่สามารถซื้อนักเตะใหม่เข้ามาทดแทนได้นั่นเอง

ม้าลาย คิดหนักหากได้กองเต้มาเพิ่มกองกลางอาจเยอะเกินใช้งาน

ปัจจุบันทัพม้าลายทีกองกลางอย่าง อารอน แรมซี่ย์,อาเดรียง ราบิโอนต์,มิราเร็ม ปานยิช,ซามี่ เคดิร่า,เอ็มเร่ ชาน,แบลส มาตุยดี้ และโรดริโก้ เบนตานคูร์ ซึ่งก็ถือว่านักเตะหลายคนก็ยังได้รับโอกาสลงเล่นกันไม่ทั่วถึงเลย ซึ่งหากได้เอนโกโล่ กองเต้มาเพิ่มอีกก็จะยิ่งทำให้กองกลางหน้าเดิมบางรายไม่แฮปปี้อย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ในรายของเอมเร่ ชานก็เคยออกโรงตำหนิกุนซือเมาริซิโอ ซารี่มาแล้วโทษฐานที่ตัดชื่อเค้าออกขุนพลที่จะได้ไปเตะถ้วยยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก จึงมีความเป็นไปได้ที่บอร์ดบริหารเบียงโคเนรี่อาจต้องปล่อยตัวกองกลางบางรายที่ไม่ได้ใช้งานออกไปจากทีมให้ได้เสียก่อน เพราะนอกจากจะเป็นการจำกัดนักเตะไม่ให้มีเยอะจนเกินจำเป็นแล้ว ยังเป็นการลดรายจ่ายของสโมสรไปในตัวอีกด้วย ส่วนในดีลของซื้อกองเต้นั้นก็ค่อยไปลุ้นอีกทีว่าเชลซีจะเล่นด้วยไหม?

ลาซิโอ ชักไม่ปลื้มผลงานอินซากี้พาทีมบุกพ่ายงูรั้งที่7กัลโช่ลาซิโอ ชักไม่ปลื้มผลงานอินซากี้พาทีมบุกพ่ายงูรั้งที่7กัลโช่

ลาซิโอ

บางทีการทำดีเกินไปก็อาจกลายเป็นผลร้ายได้เหมือนกันสำหรับซิโมเน่ อินซากี้เทรนเนอร์ลาซิโอที่ซีซั่นที่แล้วเพิ่งจะถูกยกย่องราวเทพเจ้าหลังพาอินทรีฟ้าขาวครองแชมป์โคปา อิตาเรียมาได้เป็นสมัยที่7ได้สำเร็จ ทว่าเมื่อผ่านพ้นเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ความดีความชอบครั้งเก่าก่อนดูจะไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเมื่อสามเกมหลังสุดในการเล่นเป็นทีมเยือนลาซิโอแพ้รวดจนเป็นที่ร่ำลือว่าประธานสโมสรของพวกเค้าก็ชักจะไม่ค่อยพอใจเสียแล้วเนื่องจากผลงานของทีมไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้(เป้าหมายติด1ใน6ของตารางกัลโช่)

เคลาดิโอ ล๊อตติโต้ประธานสโมสรลาซิโอคาดหวังว่าซิโมเน่ อินซากี้ที่มีผู้เล่นตัวหลักครบ(ไร้ตัวเจ็บและติดโทษแบน)น่าจะพาทีมไปเก็บหนึ่งแต้มออกจากสนามจูเซปเป้เมอัตซ่าได้เป็นอย่างน้อย ทว่ากลับลงเอยด้วยความปราชัยต่ออินเตอร์มิลานไป0-1 ชวดโอกาสที่จะขึ้นไปอยู่ในอันดับที่4 ซ้ำร้ายยังหลุดไปรั้งอันดับ9อีกต่างหาก ทั้งนี้ความพ่ายแพ้เกมล่าสุดยังนับเป็นความปราชัยในการเล่นเกมเยือนเป็นนัดที่สามของซีซั่นนี้ หลังจากพวกเค้าเพิ่งแพ้สปาล1-2 และแพ้ซีเอฟอาร์ คลูซ1-2 ซึ่งทั้งสองเกมนั้นลาซิโอเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนแล้วโดนยิงแซงกลับมาแพ้อย่างค้านสายตาทั้งสองนัด จุดนี้เองที่เป็นชนวนเหตุให้เกิดความกังขาในฝีมือของซิโมเน่ อินซากี้

กัตตูโซ่มีชื่อตัวเต็งหากเก้าอี้กุนซือ ลาซิโอ เกิดว่างขึ้นมา

โดย “ อินเมตซาสเจโล่ ” สื่อของอิตาลี่ยืนยันว่า เคลาดิโอ ล๊อตติโต้ กำลังพิจารณาที่จะให้ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ อดีตนายใหญ่เอซีมิลานเข้ามารับงานแทน หากต้องถึงจุดแตกหักกับอินซากี้จริง โดยเหตุผลที่ล๊อตติโต้สนใจที่จะให้โอกาสกับอดีตกองกลางพันธ์ดุก็เนื่องจากชอบในคาแรคเตอร์ประจำตัวที่ดุดันของกัตตูโซ่นั่นเอง อีกทั้งเทรนเนอร์วัย41ปียังคงว่างงานอยู่ในเวลานี้ โดยหลังแยกทางกับมิลานเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวก็ยังไม่ได้งานใดๆอีกเลย

อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ไม่มากนักที่กัตตูโซ่จะผันมาคุมทีมลาซิโอ เนื่องจากเวลานี้มาร์โก้ จามเปาโลกุนซือปัจจุบันของเอซีมิลานนั่นก็สถานการณ์ร่อแร่ไม่แพ้กัน โดยบอร์ดบริหารของมิลานก็กำลังพิจารณาที่จะดึงตัว เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กลับมาชุดชีวิตทัพปีศาจแดงดำอีกครั้ง ปัจจุบันมิลานรั้งอันดับ10 หลังจากเพิ่งแพ้โตริโน่ไป1-2เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

เทรนด์-อาโนลด์ ตั้งเป้าหมายต้องยิงประตูให้กับลิเวอร์พูลเทรนด์-อาโนลด์ ตั้งเป้าหมายต้องยิงประตูให้กับลิเวอร์พูล

เทรนด์-อาโนลด์

    ลิเวอร์พูลที่กำลังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกนั้น มีเป้าหมายที่จะต้องเอาชนะให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และกลายเป็นว่าผู้เล่นของหงส์แดงก็มักจะถูกคาดหวังว่าสามารถขึ้นมาทำประตูกันได้ในทุกๆตำแหน่ง หนึ่งในนั้นก็คือเทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์แบ็คจอมบุกที่ยิงไปแล้ว4ลูกจากการลงสนาม93เกม ซึ่งแบ๊คขวาดีกรีทีมชาติอังกฤษรายนี้พร้อมรับความคาดหวังอย่างเต็มใจพร้อมทั้งตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนประตูในแต่ละซีซั่นอีกด้วย

“ ผมศึกษาหลายๆด้านของเกมฟุตบอล จากนั้นผมก็สรุปได้ว่าฟูลแบ็คสมัยใหม่ที่ดีนั้นจะสามารถเล่นได้ทั้งรับและรุก นั่นทำให้ผมอยากพัฒนาตัวเอง ฉะนั้นบางทีผมอาจจะต้องตั้งเป้าหมายให้ตัวเองว่าต้องมีสกอร์ซัก3-4ลูกต่อฤดูกาล มันจะดีต่อลิเวอร์พูลและดีต่อตัวผมเองอีกด้วย ” ดาวเตะวัย20ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่นเนื่องจากซีซั่นนี้เจ้าตัวทำทางให้เพื่อนไปสองแอตซิสต์แล้วแต่ทว่ายังไม่สามารถพังประตูให้ชาวเดอะค็อปได้ฉลองกันเลย

เทรนด์-อาโนลด์ รับมีทั้งดานี่อัลเวซและฟิลิปป์ลาห์มเป็นไอดอล

เทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์เติบโตมากับอะคาเดมี่ของลิเวอร์พูลและก้าวขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในยุคของเจอร์เกน คล็อปป์ ด้วยผลงานซีซั่นก่อนที่โดดเด่นอย่างมากทำให้เจ้าตัวมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษไปเป็นที่เรียบร้อย “ ฟุตบอลเป็นธรรมชาติของการขับเคลื่อน นั่นทำให้การเล่นฟุตบอลก็เหมือนกันวันนี้ผู้เล่นที่แพ้คุณ ยังตามหลังคุณเค้าก็จะพัฒนาตัวเองตามมาเรื่อยๆฉะนั้นตัวเองก็จะหยุดแค่นี้ไม่ได้ ผมตั้งเป้าที่จะเป็นแบ๊คขวาที่ดีและดียิ่งขึ้นในทุกๆวัน ”

“ ทีมงานของลิเวอร์พูลให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี พวกเค้านำเทปการเล่นของฟิลิปป์ ลาห์ม แลเนี่ อัลเวซมาให้ผมศึกษา พวกเค้าเป็นฟูลแบ็คที่ครบเครื่องเหลือเกิน ฟิลิปป์ ลาห์มนั่นมีไหวพริบในการคุมพื้นที่ ไม่ว่าฝั่งตรงข้ามจะกดดันใส่แค่ไหนแต่เค้ายังคงเล่นได้อย่างสงบนิ่งไม่ลนลาน มันคือเซนต์บอลล้วนๆที่เค้าแสดงออกตลอดอาชีพค้าแข้ง ส่วนดานี่ อัลเวซจะเด่นมากในการเติมเกมรุก เค้าดันสูง เล่นเสี่ยงจนเหมือนเล่นเป็นปีกเลยก็ว่าได้ มันช่วยเพิ่มมิติเกมรุกให้กับทีมนั้นๆได้อย่างมาก การได้ศึกษาการเคลื่อนที่และการตอบสนองจากทั้งคู่ทำให้ผมรู้สึกมีไฟอย่างบอกไม่ถูก มันทำให้ผมรู้สึกชัดเจนว่าอย่างเพิ่งเหลิงยังมีสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้อีกมาก ”

เรือใบ ไม่ใช่แพ้ไม่เป็นเป๊ปชื่นชมนกขมิ้นสู้สุดใจจนได้ชัยเรือใบ ไม่ใช่แพ้ไม่เป็นเป๊ปชื่นชมนกขมิ้นสู้สุดใจจนได้ชัย

เรือใบ

ให้หลังความพ่ายแพ้ของแมนเชสเตอร์ซิตี้ในแม็ตซ์ล่าสุดก็ถีบส่งให้ลิเวอร์พูลทำแต้มหนีทีมตราเรือใบไปถึง5คะแนนซึ่งก็ยังไม่ทำให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าขวัญผวาแต่อย่างใด “ ถ้าดูจากช่องว่างคะแนนมันก็ชัดเจนอะนะ เราตามหลังลิเวอร์พูลที่ยังไม่พลาดเลยถึงห้าคะแนน แต่นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเพิ่งจะเดือนกันยายนเท่านั้นเอง พรีเมียร์ลีกยังเตะถึงพฤษภาคมโน่น เราเคารพลิเวอร์พูลแต่พวกเค้ายังไม่ได้คว้าแชมป์ ลูกทีมของผมคงคิดคล้ายๆกันนี่ละ ”

กระนั้นอดีตกุนซือบาซ่ายังคงผ่อนคลายกับการประเดิมปราชัยนัดแรกของฤดูกาล “ เราเสียแต้มไป แต่ผมยอมรับว่านอริสฉวยโอกาสได้ดีกว่าเรา ในขณะที่เราไม่เฉียบขาดพอ ฟุตบอลยุติธรรมเสมอเกมนี้พวกเค้าทำได้สมบูรณ์แบบ และเราต้องยอมรับ เราประกบตัวกันพลาดจนเสียประตูแรก,เราโดนสวนกลับเร็วจนนำไปสู่ประตูสอง และเราโดนลงโทษจากความผิดพลาดหน้าปากประตู ผมและพวกเค้ารับรู้ว่าเราผิดพลาดกันตรงไหน และเราจะร่วมกันแก้ไขสิ่งเหล่านี้ในเกมต่อๆไป บางทีการแพ้แต่เนิ่นๆมันอาจจะดีกับเราก็ได้ พวกเค้าจะได้รู้ตัวว่าเรายังคงเป็นทีมฟุตบอลทีมหนึ่งที่เล่นกันด้วยความสนุกสนาน ในวันที่คู่ต่อสู้ทำได้ดีกว่าเราก็แพ้ได้ และเราเคารพผลการแข่งขัน ”

เดอบรอยด์กองกลาง เรือใบ แจงตามหลัง7แต้มก็แซงมาแล้วปีนี้ก็จะปาดกลับได้อีก

   ในขณะที่เจ้านายก็แสดงท่าที่สุขุมไม่แยแสกับการโดนทิ้งห่างถึง5แต้มของลิเวอร์พูล ลูกน้องอย่างเควิน เดอ บรอยด์ก็ออกโรงแซะคู่แข่งทันควันถึงสถิติซีซั่นที่แล้วที่แมนซิตี้เคยตามหลังลิเวอร์พูลถึง7คะแนนแต่ในที่สุดพวกเค้าก็แซงกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ซึ่งปีนี้ก็มีความเป็นไปได้ที่เรือใบจะทำเหมือนอีกครั้ง “ ผมมองโลกในแง่ดีเสมอนะเราตามหลังทีมที่เก็บแต้มได้แบบไม่มีหลุดมือเลย5คะแนน แต่ปีก่อนเราตามหลังพวกเค้าตั้ง7คะแนนแต่เราก็แซงกลับมาได้นะ ปีนี้ถ้าเราตั้งหน้าตั้งตาทำผลงานให้ดีผมว่าโอกาสลุ้นแชมป์ยังเปิดกว้างสำหรับเราแน่นอน ”

“ ยังมีเกมให้เล่นอีกมากแต่มันก็ไม่ใช่จะง่ายนะ เราก็ต้องพลาดกันให้น้อยที่สุด ผมมองมันเป็นความท้าทายนะและมันเป็นแรงกระตุ้นที่พวกเราใช้ในการไล่แซงกลับมาเป็นแชมป์เมื่อซีซั่นที่แล้ว มันคงไม่ยากเกินไปหรอกสำหรับสปริริตของทีมเราที่จะทำมันให้ได้อีกครั้ง ” จอมทัพตัวทีมชาติเบลเยี่ยมกล่าวอย่างมุ่งมั่น

อาร์เซนอล จะต้องเสียใจที่ปล่อยตัวอิโวบี้ออกไป!คานูทำนายอาร์เซนอล จะต้องเสียใจที่ปล่อยตัวอิโวบี้ออกไป!คานูทำนาย

อาร์เซนอล

แม้ซีซั่นนี้อาร์เซนอลจะเสริมทัพได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็น ดานี่ เซบายอส,นิโกล่า เปเป้,ดาวิด ลุยซ์ และคีแรน เทียร์นี่ จนหลายคนมองว่าพวกเค้าจะกลับมามีลุ้นท็อปโฟว์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว ทว่าเอ็นวานโก้ คานูอดีตกหัวหอกของทีมปืนใหญ่ก็ได้ออกมากล่าวตำหนิอูไน เอเมรี่ว่าไม่ฉลาดเลยที่ยอมปล่อยตัวอเล็ก อิโวบี้ออกไปให้กับเอฟเวอร์ตันเพื่อแลกกับเงินเพียง34ล้านปอนด์

เอ็นวานโก้ คานูตำนานของทีมชาติไนจีเรียได้กล่าวถึงความประหลาดใจที่อาร์เซนอลเสริมทัพได้อย่างดีแล้ว แต่กลับปล่อยตัวรุกชั้นดีออกจากทีมไปด้วยเช่นกัน “ อูไนทำให้ผมประหลาดใจมากนะที่ดึงตัวผู้เล่นอย่างนิโกล่า เปเป้ และเซบายอสเข้ามาเสริมทัพได้ ผมจินตนาการไปไกลว่าปีนี้อาร์เซนอลจะต้องกลับมาทำผลงานได้ดีอย่างแน่นอน แต่แล้วก่อนตลาดปิดพวกเค้าก็ทำผมประหลาดใจซ้ำสองด้วยการขายอเล็ก อิโวบี้ให้เอฟเวอร์ตัน ผมงงโครตๆด้วยผลงาน และอายุอานามอิโวบี้จะสร้างประโยชน์ให้ทีมได้อีกมาก มันมากกว่าเงินแค่34ล้านปอนด์แน่นอน ”

คานูบ่นถ้ารู้ก่อนจะขวางทางไม่ให้อิโวบี้ย้ายหนี อาร์เซนอล แน่นอน

เจ้าของผลงาน37ประตูกับสีเสื้อปืนใหญ่ อ็นวานโก้ คานูรู้สึกเสียใจอย่างมากที่อาร์เซนอลไม่ให้ความสำคัญกับผู้เล่นที่ก้าวขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของสโมสร “ ไม่รู้ซิผมจำได้ว่าสิ่งที่อูไนทำเป็นอย่างแรกคือปฏิเสธการต่อสัญญากับแจ๊ค วิลเชียร์ นั่นก็ทำผมประหลาดใจไปครั้งหนึ่งแล้วนะ ตามมาด้วยการปล่อยตัวแรมซีย์แบบฟรี ต่อด้วยขายทิ้งอิโวบี้ด้วยเศษเงินไม่กี่ล้านปอนด์ ”

“ มันคือแนวทางการทำทีมที่ไม่ใยดีต่อวัฒนธรรมของสโมสรเลย ใช่อยู่ที่ว่าผู้เล่นดาวรุ่งบางรายถูกดันขึ้นมาชุดใหญ่ แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าตัวที่สามารถใช้งานได้ก็เก็บเอาไว้ใช้งานเอง อย่างอิโวบี้นี่แทบจะเป็นตัวริมเส้นที่พร้อมใช้งานเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่แล้วนะ ” อดีตกองหน้าวัย43กะรัตบ่นอย่างหัวเสีย

“ อิโวบี้เติบโตมาจากทีมเยาวชน เค้าทุ่มเทเสมอ และเค้ายังพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้ แต่พวกเค้า(อาร์เซนอล)ไม่แยแสเลยแถมจัดการกันอย่างรวดเร็วเอามากๆ ถ้าผมระแคะระคายซักนิดผมจะต่อสายหาอิโวบี้แล้วบอกว่าอย่าได้คิดย้ายออกเชียวนะ ถ้านายอยู่ต่อนายจะได้เป็นตำนานสโมสร แต่ถ้านายย้ายออกนายก็จะต้องย้ายไปเรื่อยๆและจบชีวิตค้าแข้งแบบไม่มีใครจำ ” คานูกล่าวอย่างเสียดาย

สเปอร์ส ไม่น่าขายทริปเปียร์หลังนำห่างปืนใหญ่แต่โดนตีเสมอ2-2สเปอร์ส ไม่น่าขายทริปเปียร์หลังนำห่างปืนใหญ่แต่โดนตีเสมอ2-2

สเปอร์ส

ศึกนอทลอนดอนดาร์บี้แม็ตซ์ล่าสุดระหว่างอาร์เซนอลและสเปอร์สนั้นแม้ผลจะลงเอยด้วยการแบ่งแต้มกันไปอย่างสุดมันส์ก็ตาม ทว่าแฟนไก่เดือยทองต่างเสียดายที่ไม่ชนะเนื่องจากสเปอร์สเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนถึงสองประตู แต่เกมรับของพวกเค้านั้นไม่สามารถยืนหยัดได้ตลอดรอดฝั่ง จนกระทั่งโดนอาร์เซนอลตามยิงคืนถึงสองประตูรวดและจบเกมด้วยสกอร์2-2

เมาริซิโอ โปรเชตติโน่นายใหญ่สเปอร์สตัดสินใจขายคีแรน ทริปเปียฟูลแบ็คตัวเก่งให้กับแอตเลติโก้ มาดริดอย่างสุดเซอร์ไพรซ์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยเลือกดันไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์สดาวรุ่งวัยเพียง22ปีมารับบทแบ็คขวาแทนซึ่งก็ยังทำผลงานได้ไม่น่าไว้วางใจ กระทั่งหันมาใช้งานดาวินซอน ซานเชซมายืนแทนในเกมล่าสุดกับไอปืนใหญ่ ก็ปรากฏว่าดาวเตะโคลัมเบียก็ยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเช่นกัน ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่ากุนซือชาวอาเจนไตน์จะต้องปวดหัวกับพื้นที่ดังกล่าวไปอีกจนถึงช่วงปีใหม่เนื่องจากไม่มีตัวตายตัวแทนที่ไว้ใจได้นั่นเอง

ทริปเปียก็เจ็บที่ สเปอร์ส เขี่ยทิ้งไม่ใยดีแต่ดีใจได้สัมผัสลีกสเปน

ในเวลาเดียวกันคีแรน ทริปเปียตัวต้นเรื่องก็ได้ออกมาเผยความรู้สึกเช่นกันว่ายังรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ไปต่อกับสเปอร์ส “ ชีวิตใหม่ของผมหรอ?เยี่ยมไปเลยละ ผมปรับตัวเข้ากับแอตเลติโก้ได้แล้ว ถ้าพูดจากใจผมก็ไม่คิดไม่ฝันนะว่าจะได้มาเล่นในสเปน เป้าหมายของผมเดิมทีคือการกลับมาฟิตเต็มร้อยแล้วช่วยสเปอร์สต่อ แต่อยู่ดีๆสโมสรก็บอกว่ามีข้อเสนอเข้ามานายอยากคุยไหม? ผมรู้ตัวทันทีว่าพวกเค้าอยากขายผมทิ้ง ”

“ ปีก่อนผมมีอาการบาดเจ็บบ่อยละมั้ง เอาจริงๆไม่เคยมีใครบอกผมนะว่าไสหัวออกไปเถอะ แต่มันรับรู้ได้เองถ้าคุณสำคัญพอสโมสรจะไม่เดินมาบอกคุณหรอกว่าที่นั่นที่นี่ยื่นซื้อเข้ามานะ แต่พวกเค้าจะเดินมาหาพร้อมสัญญาฉบับใหม่ ไหนๆพวกเค้าก็พร้อมขายผมอยู่แล้ว ผมก็เลยลองคุยกับแอตเลติโก้ดู แล้วก็อย่างทีเห็นผมได้ย้ายมาที่นี่ ได้ลงเล่นปรีซีซั่นลากยาวมาจนถึงศึกลาลีก้า ผมคิดว่าผมรับมือกับมันได้ดีทีเดียวนะ ไม่แน่ว่ารอบลึกๆผมอาจจะได้ดวลกับสเปอร์สก็ได้นะ ” แบ๊คขวาวัย28ปีกล่าวอย่างอารมณ์ดี

โดยคีแรน ทริปเปียย้ายมาอยู่กับสเปอร์สตั้งแต่ปี2015และลงเล่นให้ไก่เดือยทองไป114เกมพร้อมยิงได้2ประตูก่อนจะถูกขายให้แอตเลติโก้มาริดด้วยสนนราคา21.7ล้านปอนด์เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

แมนยู กำจัดจุดอ่อนเพิ่ม!ดาเมี่ยนกลับอิตาลี่รอเปิดตัวกับปาม่าแมนยู กำจัดจุดอ่อนเพิ่ม!ดาเมี่ยนกลับอิตาลี่รอเปิดตัวกับปาม่า

แมนยู

มัตตโอ ดาเมี่ยนแข้งตัวอะไหล่ของแมนยูน่าจะได้สโมสรใหม่เป็นที่เรียบร้อย หลังจากมีภาพหลุดมาฟูลแบ็คชาวอิตาเลี่ยนได้เดินทางกลับถึงบ้านเกิดแล้ว ซึ่งคาดการกันไปว่าดาเมี่ยนกำลังรอตรวจร่างกายกับปาม่า หลังจากนั้นก็มีการชูเสื้อกับจัลโล่บลูในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

สื่อดังในอิตาลี่ยืนยันว่าปาม่าทีมดังในศึกกัลโช่ เซเรียอาได้บรรลุข้อตกลงราว1.4ล้านปอนด์เพื่อดึงแบ็คขวาวัย29กะรัตไปร่วมทีม โดยเหลือเพียงขั้นตอนการตรวจร่างกายของผู้เล่นเท่านั้น และแมนยูเองก็หมายใจจะปล่อยดาเมี่ยนให้พ้นทีมไปเช่นกันเนื่องจากแข้งส่วนเกินรายนี้สร้างภาระใช่จ่ายให้กับสโมสรราว 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่สูญเปล่าเพราะอสูรแดงแทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากฟูลแบ็ครายนี้เลย

ดาเมี่ยนนักเตะ แมนยู กระสันให้สัญญาลุล่วงวอนกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง

อดีตแบ็คทีมชาติอิตาลี่ย้ายมาเป็นสมาชิกของแมนยูตั้งแต่ยุคของกุนซือหลุยส์ ฟาลกัล ทว่านายใหญ่ชาวดัตซ์อำลาทีมไปความสำคัญของดาเมียนก็ลดน้อยตามไปด้วย ทำให้เค้าแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงเล่นเลยในยุคของมูรินโญ่ และโซลชา “ การซ้อมแล้วไม่ได้ลงเล่นมันน่าปวดใจมาก มันเปลี่ยนทัศนคติผมกับลูกฟุตบอลไปเลย ผมแทบไม่มีความสุขกับเลยในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นผมหวังว่าการกลับมาอิตาลี่ จะทำให้ผมได้สนุกกับเกมฟุตบอลอีกครั้ง ” ดาเมี่ยนกล่าวอย่างมีความหวัง

ทว่าเมื่อนักข่าวถามเรื่องการหวังติดทีมชาติอิตาลี่ไปทำศึกยูโร2020 เจ้าตัวก็ตอบได้อย่างน่าสนใจ “ ผมคงโฟกัสไปทีละสเต็ป เอาตรงๆนะผมแทบไม่ได้เล่นฟุตบอลต่อเนื่องเลยตลอดสองซีซั่นหลัง ทั้งที่ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บ มันคงต้องดูกันไป แต่แน่นอนผมจะยังเต็มร้อยกับการเล่นให้ปาม่า แล้วถ้าผลงานของทีมไปได้สวย โอกาสทีมชาติมันก็คงง่ายขึ้นเอง ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงมัน แต่ผมก็คิดว่ามันมีความเป็นไปได้ ”

แมนยูเชสเตอร์ยูไนเต็ดเสียงเงินเสียงทองไปกับมัตเตโอ ดาเมียนอย่างมากเนื่องจากพวกเค้าจ่ายค่าตัวให้โตริโน่ไปถึง12.7 ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ปี2015 ทว่าดาเมี่ยนไม่สามารถทำผลงานได้เข้าตาเลยอันนำไปสู่สถิติการลงสนามเพียง92นัดตลอดเวลา4ซีซั่นที่ผ่านมา โดยข่าววงในระบุว่าโอเล่ กุนน่า โซลชาตั้งใจที่จะปล่อยตัวดาวเตะชาวอิตาเลี่ยนตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา(ตลาดซื้อขายผู้เล่นฤดูหนาว) ทว่าก็ไม่มีทีมใดแสดงความสนใจเลย กระทั่งมีความสนใจเข้ามาจากปาม่านั่นเอง

เฟร็ด กองกลางตัวอะไหล่ของแมนยู ตกเป็นเป้าหมายของ ฟิออเรนติน่าเฟร็ด กองกลางตัวอะไหล่ของแมนยู ตกเป็นเป้าหมายของ ฟิออเรนติน่า

เฟร็ด

ทีมม่วงมหากาฬแห่งอิตาลี่ที่ประเดิมนัดแรกของซีซั่นด้วยความพ่ายแพ้ต่อนาโปลีไป3-4 ทำให้วินเชนโซ่ มอนเตลล่าเล็งเห็นจุดอ่อนในแดนกลาง และเทรนเนอร์ชาวอิตาเลี่ยนก็ตั้งเป้าหมายที่จะดึงตัว เฟร็ด มิดฟิลด์สำรองของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไปช่วยงาน โดยเป็นที่คาดการกันว่ามิดฟิลด์แซมบ้าน่าจะมีค่าตัวในการย้ายทีมราว27ล้านปอนด์ และฟิออเรนติน่าเองก็ไม่ติดขัดสำหรับค่าใช้จ่ายจำนวนดังกล่าว

เหลือเวลาอีกไม่มากก่อนที่พ้นเส้นตายเสริมทัพ ซึ่งฟิออเรนติน่ามีแพลนจะเสริมทัพอีกหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นโรดรีโก้ เด ปาอูลเพลเมกเกอร์ของอูดิเนเซ่,บ็อบบี้ ดันแคนหัวหอกเยาวชนของลิเวอร์พูล และเฟร็ดกองกลางของปีศาจแดง โดยแฉพาะรายหลังสุดที่ดูจะหมดอนาคตในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดอย่างแน่นอนแล้ว เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล

เฟร็ด ยันอยากพิสูจน์ตัวในพรีเมียร์อีกซักตั้งแม้ปีก่อนไม่ปัง

เฟร็ดย้ายมาจากซัคตาร์ โดเน็ทส์ด้วยค่าตัว47ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ก่อน ทว่าไม่อาจแจ้งเกิดกับแมนยูได้ “ ผมยอมรับว่าว่าปีก่อนฟอร์มของผมไม่อยู่กับร่องกับรอย พรีเมียร์ลีกเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับผม ทั้งฟุตบอลและการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปหมด แต่ตอนนี้ผมคิดว่าทุกอย่างมันลงตัวแล้ว และผมทำงานหนักในทุกๆวัน ผมคิดว่าจะมีโอกาสสร้างความแตกต่างให้กับยูไนเต็ดได้ในซีซั่นนี้ ” กองกลางวัย26ปีกล่าวอย่างมีความหวัง

นับแต่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของกุนซือโอเล่ กุนน่า โซลชา ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือเฟร็ดแทบจะไม่ได้ลงเล่นอีกเลยนั่นทำให้ซีซั่น2018/19เจ้าตัวลงเล่นให้แมนยูรวมกันไปทั้งสิ้นเพียง1593นาที(25นัด)จากทุกรายการและยิงประตูได้เพียงเม็ดเดียว ซึ่งเมื่อก้าวเข้าสู่ฤดูกาลใหม่กุนซือชาวนอร์เวย์ก็เลือกที่จะใช้งานอันเดรียส เปเรยร่าและสกอตต์ แม็คโทมิเนย์จนทำให้หลังผ่านโปรแกรมพรีเมียร์ลีกไปสามเกม มิดฟิลด์แซมบ้าก็ยังไม่ได้รับโอกาสลงเล่นเลยแม้แต่นาทีเดียว

ไม่เพียงแต่โซลชาเท่านั้นที่ไม่เชื่อน้ำยาของเฟร็ด เนื่องจากก่อนหน้านี้แข้งอาวุโสอย่างพอล ปาร์คเกอร์ได้เคยออกมาโจมตีกองกลางค่าตัวแพงรายนี้เช่นกันว่าเป็นแมนยูโดนหลอกขายมาเนื่องจากเล่นได้ไม่สมค่าตัว อีกทั้งยังมีทักษะและวิสัยทัศน์ในสนามที่ไม่น่าพึงพอใจ ทั้งยังถูกอำว่าเฟร็ดสมควรได้รับรางวัลนักเตะยอดแย่ประจำฤดูกาล(2018/19)อีกด้วย