ปีศาจเเดง ห่วงแต่เรื่องอื่นจนไม่แคร์ผลงานในสนามเอร์เรร่าพาดพิง

ปีศาจเเดง

     ครั้งหนึ่งเค้าคนนี้เคยเป็นความหวังของแฟนบอลอสูรแดง เพราะมักจะทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวาอีกทั้งมักจะทำประตูสำคัญๆให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้เสมอมา ทว่าในที่สุดดาวเตะขวัญใจรายนี้ก็ประกาศอำลาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงพอเดาออกแล้วว่าเค้าคือใคร? เค้ามีนามว่า อันเดร เอร์เรร่านั่นเอง

      อย่างไรก็ตามวันนี้มิดฟิลด์ชาวสเปนได้ออมากพูดถึงทีมเก่าเบาๆแต่กลับซ่อนนัยยะบางอย่างไว้อย่างน่าสงสัย ” ชีวิตในปารีสถือว่าโอเค เมืองนี้เต็มไปด้วยผู้คน แต่ในแง่ฟุตบอลแล้วผมได้อยู่ท่ามกลางสโมสรที่ทุกคนหายใจเข้าออกเป็นฟุตบอล ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรต่างไม่เคยหยุดทำงานหนัก แม้แต่เลโอนาโด้ที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาก็ยังหมกตัวอยู่กับทีมในสนามซ้อมเกือบทุกวัน นั่นคือเบื้องหลังของผลงานอันยอดเยี่ยม ผมดีใจที่เลือกมาอยู่ที่นี่ ”

      “ ที่แมนเชสเตอร์มันต่างออกไป ดูเหมือนพวกเค้าไม่ได้ให้ความสำคัญกับเกมลูกหนังมากขนาดนี้ ” เอร์เรร่าวัย30กะรัตกล่าวอย่างมีเลศนัย

      และเมื่อถูกถามจี้ดาวเตะเลือดกระทิงก็เลือกที่จะบอกปัดในการเจาะลึกในรายละเอียด “ ผมคิดยังงั้นจริงๆแต่คงบอกละเอียดกว่านี้ไม่ได้ เพราะผมไม่ใช่นักเตะของพวกเค้าอีกแล้ว ”

เอร์เรร่าผิดใจบอร์ด ปีศาจเเดง เรื่องค่าเหนื่อยเป็นฉนวนเหตุของรอยร้าว

      สื่อในอังกฤษได้แกะรอยจากคำพูดของเอร์เรร่าแล้วก็ได้ตั้งประเด็นอย่างน่าสนใจ โดยต้นเหตุของความไม่พอใจของเอร์เรร่าน่าจะมาจากที่เห็นบอร์ดบริหารยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะซุปเปอร์สตาร์อย่างป๊อกบา,เด เคอา และอเล็กซิส ซานเชสอย่างมือเติบ แต่กลับไม่ยอมเพิ่มเม็ดเงินในสัญญาฉบับใหม่ของเค้าเองบ้าง จนในที่สุดอดีตดาวเตะแอธเลติก บิลเบายอมปลงใจไปสวมยูนิฟอร์มของปารีส แซงต์ แชร์กแมงที่มอบค่าเหนื่อยให้สูงถึง200,000ปอนด์ต่อสัปดาห์แทน(สัญญาเดิมรับ80,000ปอนด์ต่อสัปดาห์)

      จากประสบการณ์ในครั้งนั้นทำให้เอร์เรร่าตั้งแง่ว่าปีศาจแดงคาดหวังเพียงขายภาพลักษณ์สโมสรและนักฟุตบอลเท่านั้น ทำให้พวกเค้าไม่แยแสต่อรายละเอียดเรื่องสปริริตทีม หรือแม้แต่การทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการณ์(ทุกฝ่ายร่วมมือกันส่งเสริมกัน) จนนักเตะรายนี้เอาไปเปรียบเทียกกับต้นสังกัดปัจจุบันอย่างเปเอสเชที่ไม่เพียงมองหาแต่นักเตะฝีเท้าดีเท่านั้น แต่เมื่อเข้ามาร่วมทีมแล้วก็ยังคงต้องทำงานหนักกันต่อไป ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้พวกเค้ากลายเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จแบบทิ้งห่างทีมอื่นๆในลีกเอิงนั่นเอง